การสื่อสารและจัดการภาวะวิกฤตหน้างาน สำหรับผู้จัดการและหัวหน้างาน (Communication and Crisis Management) : 8 ตุลาคม 2569
หลักการของหลักสูตร
ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายภายในไม่กี่นาที เหตุการณ์เล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นหน้างานสามารถกลายเป็นวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง ความเชื่อมั่นของลูกค้า และผลประกอบการขององค์กรได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการรั่วไหลของข้อมูล ข้อร้องเรียนผ่าน Social Media อุบัติเหตุในการปฏิบัติงาน ระบบสารสนเทศล่ม หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพนักงาน ซึ่งวิกฤตของหลายองค์กรมีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์ระดับปฏิบัติการหน้างาน และหลายเหตุการณ์สามารถป้องกันได้ หากหัวหน้างานและผู้จัดการสามารถตรวจจับความเสี่ยง รายงานเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที และสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างเป็นระบบ ผู้จัดการและหัวหน้างานจึงไม่ใช่เพียงผู้ควบคุมงาน แต่เป็นหน่วยตอบสนองฉุกเฉินเบื้องต้น (First Responder) ผู้ควบคุมความเสี่ยง (Risk Controller) และระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System) ที่มีบทบาทสำคัญในการป้องกันไม่ให้ “ปัญหาหน้างาน”กลายเป็น “วิกฤตระดับองค์กร” ด้วยความสำคัญและจำเป็นนี้ องค์กรยุคใหม่จึงยกระดับการพัฒนาทักษะการสื่อสาร (Communication Skill) ให้เป็น การสื่อสารและจัดการภาวะวิกฤตหน้างาน (Communication and Crisis Management) ให้กับผู้จัดการและหัวหน้างานซึ่งเป็นแนวป้องกันด่านแรกขององค์กร โดยช่วยลดโอกาสที่เหตุการณ์เล็ก ๆ จะลุกลามเป็นวิกฤต ส่งผลให้การตัดสินใจ การประสานงาน และการสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว สอดคล้อง และมีประสิทธิภาพ
หลักสูตรนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียง "การสื่อสารเมื่อเกิดวิกฤต" แต่พัฒนาผู้จัดการและหัวหน้างานให้เป็น Frontline Crisis Leader ที่สามารถตรวจจับความเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น (Early Detection) ประเมินระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ได้อย่างถูกต้อง สื่อสารกับผู้เกี่ยวข้องอย่างมืออาชีพ และประสานงานข้ามหน่วยงานได้อย่างเป็นระบบ รวมทั้งตัดสินใจภายใต้แรงกดดันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนลดผลกระทบต่อธุรกิจ ชื่อเสียง และความเชื่อมั่นขององค์กร

วัตถุประสงค์ของหลักสูตร : เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม
- เสริมสร้างความตระหนักรู้และคัดกรองความเสี่ยง แยกแยะระดับความรุนแรงของปัญหาหน้างานได้อย่างถูกต้อง พร้อมส่งต่อข้อมูลด้วยรูปแบบมาตรฐาน (SBAR Framework) ภายในระยะเวลาที่กำหนด
- สามารถควบคุมสถานการณ์และสยบอารมณ์ โดยใช้เทคนิคการสื่อสาร (HEAT Model) ในการรับมือกับลูกค้า คู่ค้า หรือผู้เสียผลประโยชน์ที่กำลังโมโห ได้อย่างมืออาชีพ
- สามารถดูแลทีมงานและสยบข่าวลือภายใน บรีฟทีมงาน และสยบข่าวลือในองค์กร รวมทั้งควบคุมการใช้งานโซเชียลมีเดียภายในทีมไม่ให้สร้างความเสียหายซ้ำซ้อน
- สามารถประสานงานข้ามแผนกได้อย่างไร้รอยต่อ ลดปัญหาความคิดแบบแยกส่วน (Silo Mentality) สามารถตั้ง Mini-War Room ระดับแผนกเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าร่วมกับแผนกอื่นได้อย่างสอดคล้อง
กำหนดการ และเนื้อหาสำคัญ
09:00 - 10:30 น.
Module 1: การตรวจจับสัญญาณเตือนภัยหน้างาน และการส่งต่อข้อมูลอย่างเป็นระบบ (Crisis Awareness & Escalation Protocol)
- วิธีแยกแยะว่าเรื่องไหนแก้ได้เอง เรื่องไหนต้องรายงานด่วน ด้วย Escalation Criteria Matrix
- ตัวอย่างที่ 1 เกณฑ์การยกระดับปัญหา (Escalation Criteria Matrix) ของฝ่ายบริการลูกค้า ฝ่าย IT ฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด ฝ่ายบัญชีการเงิน ฝ่าย Supply Chain และฝ่าย HR
- ปรับMindset “กลัวการรายงานข่าวร้าย” ให้เป็น “วัฒนธรรมการรายงานแบบไม่ตำหนิ” (No-Blame Reporting Culture)
- การประเมินความเสี่ยงและแนวทางยกระดับปัญหาหน้างานในสายงานตนเองด้วย On-Site Risk & Escalation Matrix
- ตัวอย่างที่ 2 แบบฟอร์มประเมินความเสี่ยงและแนวทางยกระดับปัญหาหน้างาน (On-Site Risk & Escalation Matrix)
- กรอบการแบ่งระดับความรุนแรง 1-2-3 (The 3-Tier Crisis Escalation Model) เพื่อตัดสินใจส่งต่อเรื่องอย่างเป็นระบบ
- การเจาะลึกหาสาเหตุแท้จริงของปัญหาหน้างานด้วย 5 Whys Analysis ก่อนรายงานผู้บริหาร
- Workshop 1: ฝึกวิเคราะห์ Frontline Risk 3 ปัญหาวิกฤตที่เกิดซ้ำในแผนกตนเอง และจัดทำ Escalation Mapping “เกิดเรื่องแล้วต้องแจ้งใคร ภายในกี่นาที”
10:45 - 12:00 น.
Module 2: การสื่อสารสยบดราม่า และการจัดการลูกค้า/คู่ค้า (De-escalation Communication & Handling Customers/Partners)
- 3 แนวทางการสื่อสารเป็นเสียงเดียว (Single Voice) ของแผนก สื่อสารให้ตรงกับทิศทางองค์กร ไม่พูดสุ่มสี่สุ่มห้า หรือโยนความผิดให้แผนกอื่น
- 4 กฎเหล็ก 5 ขั้นตอนการรับมือเมื่อถูกลูกค้ากดดัน / อัดคลิป / ขู่โพสต์ Social Media
- การใช้บทพูดประวิงเวลาหน้างาน (Holding Script) รักษาน้ำใจลูกค้าแบบมืออาชีพ
- 4 ขั้นตอนในการรับมือและสยบอารมณ์ลูกค้าที่กำลังโกรธจัด ด้วยHEAT Model (Hear, Empathize, Apologize, Take Action)
- ตัวอย่างที่ 3 คำพูดเติมที่เชื้อไฟให้ลูกค้า โดยที่ไม่รู้ตัว
- การแบ่งโซนสิทธิ์ในการให้ข้อมูล (อะไรพูดได้ / อะไรต้องรอคำแถลงจากส่วนกลาง) ด้วย The Boundary Line Matrix
- Workshop 2: จับคู่ซ้อมสถานการณ์ลูกค้าขู่ฟ้อง/ต่อว่าหน้างาน โดยควบคุมอารมณ์และให้ข้อมูลเท่าที่ได้รับมอบหมาย
13:00 - 14:30 น.
Module 3: การสื่อสารพนักงานในทีมและการควบคุมข่าวลือภายใน (Internal Team Communication & Rumor Management)
- 5 ขั้นตอนในการรับมือเพื่อสยบข่าวลือสำหรับหัวหน้างาน
- เทคนิคการทำ Team Briefing ดับไฟลาม ควบคุมทิศทาง เมื่อเกิดวิกฤตกระทบต่อองค์กร สำหรับหัวหน้างาน
- เทคนิคการทำ 1-on-1 เยียวยาจิตใจทีม เมื่อเกิดวิกฤตกระทบต่อองค์กร สำหรับหัวหน้างาน
- ตัวอย่างที่ 4 Checklist ติดตามผลหลัง 1-on-1
- 4 แนวทางปฏิบัติสำหรับหัวหน้างานในการควบคุมการใช้งาน Social Media ของทีม เพื่อ ควบคุมข่าวลือ
- การประยุกต์ใช้SCARF Model (Status, Certainty, Autonomy, Relatedness, Fairness) สยบ Panic ในทีม
- 3 ขั้นตอน สยบข่าวลือในไลน์กลุ่ม/ห้องพักพนักงาน
- Case Study : เคสที่พนักงานหลุดโพสต์รูป/คลิปเหตุการณ์ความผิดพลาดในโรงงานหรือออฟฟิศลง TikTok จนกลายเป็นดราม่าระดับประเทศ
14:45 - 16:00 น.
Module 4: การจำลองการตอบสนองต่อสถานการณ์วิกฤต และการถอดบทเรียน (Crisis Situations Response Simulation)
- 5 ขั้นตอนจัดตั้ง Mini-War Room หน้างาน เพื่อจัดการปัญหา Tier 2 และ Tier 3
- การประสานงานข้ามแผนก (Cross-Functional Coordination) ในการตอบสนองต่อสถานการณ์วิกฤตอย่างเป็นระบบ
- การรายงานวิกฤต สั้น กระชับ แม่นยำ และจบภายใน 1-2 นาที ด้วย SBAR Framework (Situation, Background, Assessment, Recommendation)
- ตัวอย่างที่ 5 การนำ SBAR ไปใช้จริงของ Production, Warehouse, Customer Service และ IT
- การประชุมทบทวนและถอดบทเรียนหลังจากวิกฤตหน้างาน ด้วย Post-Incident Debriefing (After Action Review - AAR)
- Simulation & Workshop 3 : ฝึกการตอบสนองต่อสถานการณ์วิกฤต เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงในพื้นที่ / ระบบงานล่มกระทบลูกค้าหลัก / ข้อมูลลูกค้ารั่วไหลจากแผนก
สิ่งที่องค์กรจะได้รับ
1) ลดความเสี่ยงขององค์กร ลดโอกาสเกิด Corporate Crisis ลดผลกระทบด้านชื่อเสียงองค์กร และลดข้อร้องเรียนจากลูกค้า
2) เพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองเหตุการณ์ ลดเวลาการตอบสนองต่อเหตุการณ์ และลดความสับสนในการสื่อสาร
3) พัฒนาภาวะผู้นำหน้างาน กล้าคิดและตัดสินใจเชิงระบบ สื่อสารภายใต้แรงกดดัน และบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
4) ยกระดับการทำงานร่วมกัน สร้างความร่วมมือข้ามสายงาน การตอบสนองในรูปแบบ One Team และการสื่อสารด้วยเสียงประสานเป็นหนึ่งเดียว
รูปแบบการเรียนรู้
- การบรรยายเชิงปฏิสัมพันธ์ (Interactive Lecture)
- การวิเคราะห์กรณีศึกษา (Case Studies)
- การฝึกปฏิบัติ (Practical Workshops) ประกอบการใช้ Management Tools
หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ
ผู้จัดการ หัวหน้าแผนก และหัวหน้างาน
วันและเวลาสัมมนา :
วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น.
วิทยากร : อาจารย์ ธนุเดช ธานี (อ.ต้น)
- กรรมการผู้จัดการ สถาบัน People Develop Center
- วิทยากร ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้าน HR และการจัดการเชิงกลยุทธ์ องค์กรชั้นนำกว่า 36 ปี
- วิทยากรพิเศษด้าน HR คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)
สถานที่สัมมนา :
REMBRANDT HOTEL สุขุมวิท 18, 20 กรุงเทพฯ (ใกล้สถานี BTS อโศก)
ค่าลงทะเบียนอบรม
พิเศษ 1 เพียง 4,000 บาท/ท่าน (ไม่รวม Vat) ลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนการอบรม 7 วันทำการ
ราคาปกติ 4,500 บาท/ท่าน (ไม่รวม Vat)
พิเศษ 2 ปรึกษาฟรีก่อน และหลังการอบรม
พิเศษ 3 ลงทะเบียน 5 ท่าน ชำระเพียง 4 ท่าน
วิธีการชำระค่าลงทะเบียน :
โอนเงิน หรือเช็คขีดคร่อมในนาม บริษัท พีเพิล ดีเวลลอป เซ็นเตอร์ จำกัด หรือ People Develop Center Co., Ltd.
• ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนลาดปลาดุก (หมู่บ้านพฤกษา 3) บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เลขที่ 405-776955-2
บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากมีค่าธรรมเนียมในการโอนเกิดขึ้น
ค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน (ถ้ามี) ผู้โอนเงินต้องเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมเอง
คำแนะนำในการชำระเงิน
- โปรดส่งสำเนาใบโอนเงิน พร้อมเอกสารหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ระบุชื่อบริษัท ชื่อหลักสูตร ส่งมาที่ 02-077-6531 หรือ Scan ส่งเมล์มาที่ peopledevelop@outlook.com ในวันโอนเงิน
- เอกสารหักภาษี ณ ที่จ่ายตัวจริงกรุณานำมาให้ในวันอบรม กรณีเอกสารไม่ครบจะต้องชำระส่วนเพิ่มเป็นเงินสดที่หน้างาน
ข้อมูลเพื่อออกใบหักภาษี ณ ที่จ่าย
บริษัท พีเพิล ดีเวลลอป เซ็นเตอร์ จำกัด เลขที่ 22/20 หมู่ 6 ตำบลบางคูรัด อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 11110
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0125558000502
กรณียกเลิกการอบรมกรุณาแจ้งล่วงหน้า 7 วันก่อนอบรม หากหลังจากนั้นกรุณาชำระเงิน 30% ของค่าอบรมเพื่อรับเอกสาร
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : คุณฐิตาภา (ไก่) เหมะสิขัณฑกะ
Tel : 095-853-5513, 091-738-7838
E-mail : peopledevelop@outlook.com








