Coaching & Mentoring Techniques โดย อาจารย์ ธนุเดช ธานี

ยกระดับผู้จัดการและหัวหน้างาน จาก “สั่งงาน” สู่ “พัฒนาคนให้ทำผลงานได้ตามเป้าหมาย”

ในโลกการทำงานที่เป้าหมายท้าทายขึ้นอย่างต่อเนื่อง การบริหารคนด้วยคำสั่งเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป  Coaching (การโค้ช) และ Mentoring (การเป็นพี่เลี้ยง) จึงกลายเป็นบทบาทสำคัญของผู้จัดการ หัวหน้างาน และผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลพัฒนาทีมงาน เพื่อดึงศักยภาพของบุคลากรออกมาใช้อย่างเต็มที่ ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายที่องค์กรกำหนดไว้ (KPIs / OKRs)

แม้บทบาทนี้จะเป็นหัวใจของการพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กร แต่ในความเป็นจริงหลายองค์กรยัง ไม่ได้กำหนดทักษะ Coaching & Mentoring ไว้ใน Job Description ทำให้ผู้จัดการจำนวนมาก “ตั้งใจดี แต่ไม่รู้จะโค้ชและพัฒนาอย่างไรให้ได้ผลจริง”

Coaching ≠ Mentoring แต่ต้องใช้ควบคู่กันอย่างมีกลยุทธ์

  • Coaching Techniques มุ่งเน้นการฟังอย่างลึกซึ้ง การตั้งคำถามที่ทรงพลัง การชื่นชมอย่างถูกจุด และการให้ Feedback แบบชวนคิด เพื่อกระตุ้นแรงจูงใจและให้ผู้ถูกโค้ชค้นพบคำตอบด้วยตนเอง
  • Mentoring Techniques เน้นการถ่ายทอดประสบการณ์ เทคนิคการทำงาน การให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติ และการช่วยให้บุคลากรปรับตัวเข้ากับบริบทและวัฒนธรรมองค์กร

ด้วยเหตุนี้ องค์กรธุรกิจยุคใหม่จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนา Coaching & Mentoring Skills ให้แก่ผู้จัดการ หัวหน้างาน และพี่เลี้ยงในองค์กรอย่างจริงจัง 

สถาบันฯ ได้ออกแบบและพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ด้านการพัฒนาบุคลากรกว่า 32 ปี ถ่ายทอดเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่  ✔ กระชับ เข้าใจง่าย  ✔ เห็นภาพชัดทั้งบทบาทและเทคนิค  ✔ เน้น Workshop และการฝึกปฏิบัติจริง  ✔ สามารถนำไปปรับใช้กับการทำงานได้ทันทีหลังอบรม

ผู้เข้าอบรมจะได้

  • เทคนิคการโค้ชและการเป็นพี่เลี้ยงอย่างมืออาชีพ
  • ความมั่นใจในการพัฒนาทีมงานรายบุคคล
  • เครื่องมือในการสร้างผลงานผ่านการพัฒนาคน

เพื่อให้ทีมงานทำงานได้เก่งขึ้น เติบโตขึ้น และสร้างผลลัพธ์ได้ตามเป้าหมายองค์กร เพราะองค์กรจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ ไม่ใช่แค่มีคนเก่ง แต่ต้องมี หัวหน้างานที่ “โค้ชเป็น พี่เลี้ยงเป็น และพัฒนาคนเป็น”

วัตถุประสงค์ และผลลัพธ์ที่จะได้จากการอบรม : เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม

  1. เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความหมาย ความเหมือน และความแตกต่างระหว่าง Coaching & Mentoring
  2. สามารถประเมินตนเองในด้าน 8 Growth Mindset และ 7 เรื่อง เพื่อเตรียมตัวในการเป็นพี่เลี้ยงด้วยMentor Checklist ได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม
  3. เสริมสร้างและพัฒนาเทคนิคการกำหนดหัวข้อเรื่องสำคัญๆ ที่พี่เลี้ยงต้องสอนและแนะนำน้องเลี้ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. สามารถจัดทำโปรแกรมการสอนงาน (Mentoring Program) ของแผนกตามตำแหน่งงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชัดเจน เป็นรูปธรรม
  5. เสริมสร้างและพัฒนาเทคนิคการเป็นพี่เลี้ยงในการถ่ายทอดเทคนิค ประสบการณ์ และแนะนำทีมงานในการปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมการทำงาน เพื่อพัฒนาทีมงาน พัฒนาผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  6. สามารถกำหนดแนวทางการโค้ชชิ่งให้สอดคล้องกับสไตล์ (DISC Analysis) และพฤติกรรมการทำงาน (Work Behaviors Analysis) ของทีมงานแต่ละคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชัดเจน เป็นรูปธรรม
  7. พัฒนาทักษะการ Coaching ในการสร้างแรงบันดาลใจ ความมั่นใจ และดึงศักยภาพทีมงานด้วยเทคนิคการตั้งคำถาม การรับฟัง การชื่นชม และการให้คำแนะนำแบบชวนคิด เพื่อพัฒนาทีมงาน พัฒนาผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  8. สามารถนำความรู้และเทคนิคการเป็นพี่เลี้ยงและการโค้ชที่ได้รับไปปรับใช้ในการทำงานดึงศักยภาพของทีมงาน และสร้างความผูกพันให้กับทีมและองค์กรได้ทันทีภายหลังการอบรมเสร็จสิ้น

หัวข้อสำคัญของการเรียนรู้

ส่วนที่  1  :  ความหมาย ความเหมือน และความแตกต่างระหว่าง Coaching & Mentoring

  • ความหมายของ Coaching
  • ความหมายของ Mentoring
  • ความเหมือน และความแตกต่างระหว่าง Coaching & Mentoring

ส่วนที่  2  :  8 Growth Mindset และ 7 เรื่องในการเตรียมตัวเป็นพี่เลี้ยงที่ดี (Preparing to be Mentor)

  • 8 Growth Mindset ของพี่เลี้ยงมือโปร (Growth Mindset of Professional Mentor) 
  • 7 เรื่องที่ต้องเตรียมตัวในการเป็นพี่เลี้ยงมือโปร
  • ตัวอย่างที่ 1 : แบบฟอร์ม Mentor Checklist
  • Workshop 1 : Self-assessment การเตรียมตัวเป็นพี่เลี้ยงด้วย Mentor Checklist

ส่วนที่  3  :  หัวข้อเรื่องสำคัญๆ ที่พี่เลี้ยงองค์กรชั้นนำใช้ในการสอนและแนะนำทีมงาน (Key Topics for Mentoring)

  • หัวข้อเรื่องสำคัญๆ ที่พี่เลี้ยงองค์กรชั้นนำใช้ในการสอนและแนะนำทีมงาน
  • แนวทางการเชื่อมโยงเรื่องที่สอนงานสู่องค์ความรู้องค์กร (Oraganization Knowledge) ตามหลักการของ ISO9001

ส่วนที่  4  :  เทคนิคการจัดทำโปรแกรมการสอนงานสำหรับพี่เลี้ยงมือโปร (Creating Mentoring Program for Professional Mentors)

  • ขั้นตอนการจัดทำโปรแกรมการสอนงานสำหรับพี่เลี้ยงมือโปร
  • ตัวอย่างที่ 2 : แบบฟอร์มโปรแกรมการสอนงาน (Mentoring Program)
  • Workshop 2 : ฝึกปฏิบัติจัดทำโปรแกรมสอนงานจริงของแผนกตามตำแหน่งงาน

ส่วนที่  5  :  เทคนิคการสอนงานสำหรับพี่เลี้ยง (Mentoring Techniques)

  • แนวทางการนำความรู้ เทคนิค และประสบการณ์ที่มีอยู่มาประยุกต์ในการสอนงาน
  • วิธีการสอนงานอย่างมืออาชีพด้วยหลัก 3K
  • วิธีสื่อสารสำหรับ Mentoring
  • ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญสำหรับ Mentoring

ส่วนที่  6  :  การเตรียมการโค้ชชิ่ง ด้วยการวิเคราะห์สไตล์และพฤติกรรมการทำงานของทีมงาน

  • การวิเคราะห์ทีมงานในการเตรียมการโค้ชชิ่งให้เหมาะสมกับคนแต่ละสไตล์ (DISC Analysis)
  • การวิเคราะห์ทีมงานในการเตรียมการโค้ชชิ่งให้เหมาะสมกับคนแต่ละพฤติกรรมการทำงาน (Work Behaviors Analysis)
  • ตัวอย่างที่ 3 : แบบฟอร์มการวิเคราะห์ทีมงาน 16 บุคลิกลักษณะ 
  • Workshop 3 : ฝึกปฏิบัติกำหนดแนวทางการโค้ชชิ่งให้สอดคล้องกับสไตล์และพฤติกรรมการทำงานของทีมงานแต่ละคน

ส่วนที่  7  :  4 เทคนิคการ Coaching ในการสร้างแรงบันดาลใจ ความมั่นใจ และดึงศักยภาพทีมงานสู่ความสำเร็จ (Effective Coaching Techniques)

  • แนวทางการนำความรู้ เทคนิค และประสบการณ์ที่มีอยู่มาประยุกต์ในการโค้ชชิ่ง
  • การสังเกตพฤติกรรมทีมงานในการปรับวิธีการโค้ชชิ่งให้เหมาะสมกับสถานการณ์
  • เทคนิคที่ 1 การโค้ชชิ่งด้วยการตั้งคำถามอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เทคนิคที่ 2 การโค้ชชิ่งด้วยการรับฟังอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เทคนิคที่ 3 การโค้ชชิ่งด้วยการชื่นชมอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เทคนิคที่ 4 การโค้ชชิ่งด้วยการให้คำแนะนำแบบชวนคิดอย่างมีประสิทธิภาพ
  • Roleplay : ฝึก 4 ทักษะการโค้ช

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : คุณฐิตาภา (ไก่) เหมะสิขัณฑกะ  

Tel : 095-853-5513, 091-738-7838

E-mail : peopledevelop@outlook.com

 

Visitors: 373,724