รุ่น 2 กลยุทธ์การบริหารจัดการด้วย Competency Matrix และ Knowledge Management : 2563

วิทยากร :  อาจารย์ ธนุเดช ธานี (อ.ต้น) 

  • กรรมการผู้จัดการสถาบันฝึกอบรม PEOPLE DEVELOP CENTER
  • วิทยากรและที่ปรึกษาผู้ได้รับคำเชิญจาก 3 ใน 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำ (Top Five) ของไทย ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และองค์กรธุรกิจ รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ ไปบรรยายพิเศษจากประสบการณ์ในการทำงานและความเชี่ยวชาญด้านการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HRM & HRD) ขององค์กรธุรกิจชั้นนำกว่า 29 ปี  
  • อดีตกรรมการบริหารสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) 2 สมัย 

 

วันและเวลาอบรม (DATE AND TIME) : 
-  2562  ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น.  

 

สถานที่อบรม (VENUE) : 
อไรซ์ โฮเต็ล สุขุมวิท 26 กรุงเทพฯ  ใกล้สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์  


หลักการและเหตุผล :

งค์กรจะบูรณาการ Job Description, Procedure, Work Instruction, Knowledge Management,Competency และการประเมินผลการพัฒนา อย่างไรให้เชื่อมโยงเป็นเรื่องเดียวกันในการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ? 

องค์กรที่ทำระบบบริหารคุณภาพ (ISO) มักประสบกับอุปสรรคในการบริหารระบบ อาทิเช่น

·       ไม่สามารถเชื่อมโยง Job Description, Procedure, Work Instruction, Knowledge Management, Competency และการประเมินผลการพัฒนา ให้เป็นระบบ

·       ไม่รู้วิธีการวิเคราะห์และกำหนด Functional Competency จาก Job Description, Procedure และ Work Instruction

·       ไม่รู้ว่าหัวข้อ KM และ Functional Competency เรื่องใด ควรจะทำ OJT Matrix ดี  

·       ไม่รู้วิธีการและเทคนิคในการประเมินผลการพัฒนา Functional Competency ที่ชัดเจน 

หลักสูตรฝึกอบรมนี้ ได้ออกแบบและพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ HRD กว่า 29 ปี เพื่อช่วยให้องค์กรของท่านแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้นอย่างเป็นระบบ ในรูปแบบของการเรียนรู้ที่ “กระชับ เข้าใจง่าย และนำมาปรับใช้ปฏิบัติงานได้จริง พร้อมตัวอย่าง และแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง”

 

วัตถุประสงค์ของการเรียนรู้  :  เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม 

  1. เพื่อเป็นการเสริมสร้างความรู้ และทักษะในการวิเคราะห์และกำหนด Functional Competency จาก Job Description, Procedure และ Work Instruction
  2. เพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะในการวิเคราะห์และจัดทำOJT Matrix ของหน่วยงาน และเชื่อมโยงหัวข้อ KM และ Functional Competency สู่ OJT Matrix
  3. สามารถกำหนดและประเมินผลการพัฒนา Functional Competency และ OJT Matrix ได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม ลดการใช้ความรู้สึกในการประเมิน
  4. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมนำความรู้และเทคนิคที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ ในการเชื่อมโยง Job Description, Procedure, Work Instruction, Knowledge Management, Competency และการประเมินผลการพัฒนา อย่างเป็นระบบ

 

หัวข้อสำคัญการเรียนรู้ :

ส่วนที่  1  :  เทคนิคการเชื่อมโยง Job Description, Procedure, Work Instruction, Knowledge Management, Competency และการประเมินผลการพัฒนา อย่างเป็นระบบ

o  แนวปฏิบัติของข้อกำหนด ISO9001/IATF16949 เกี่ยวกับ Competence

o  ความหมายและประเภทของ Competency

o  ประโยชน์ของการนำระบบ Competency ไปใช้ในการบริหารจัดการองค์กร

o  ภาพรวมของการเชื่อมโยง Job Description, Procedure, Work Instruction, Knowledge Management, Competency และการประเมินผลการพัฒนา

ส่วนที่  2  :  เทคนิคการวิเคราะห์และกำหนด Functional Competency จาก Job Description

o   ขั้นตอนและวิธีการวิเคราะห์และกำหนดFunctional Competency จาก Job Description ยุคใหม่

o   ตัวอย่างที่ 1 การวิเคราะห์และกำหนด Functional Competency จาก Job Description ยุคใหม่

o   Workshop 1 : ฝึกปฏิบัติวิเคราะห์และกำหนด Functional Competency จาก Job Description 

ส่วนที่  3  :  เทคนิคการวิเคราะห์และกำหนด Functional Competency จาก Procedure และ Work Instruction

o   ขั้นตอนการวิเคราะห์และกำหนด Functional Competency จาก Procedure และ Work Instruction

o   ตัวอย่างที่ 2 การวิเคราะห์และกำหนด Functional Competency จาก Procedure และ Work Instruction

o   Workshop 2 : ฝึกปฏิบัติวิเคราะห์และกำหนด Functional Competency จากProcedure และ Work Instruction 

ส่วนที่  4  :  เทคนิคการเชื่อมโยงFunctional Competency จาก Procedure และ Work Instruction ไปสู่ KM

o  แนวทางการเชื่อมโยงFunctional Competency จาก Procedure และ Work Instruction ไปสู่ KM

o   Workshop 3 : ฝึกปฏิบัติวิเคราะห์และกำหนด KM จาก Functional Competency ให้สอดคล้องกับ Procedure และ Work Instruction

ส่วนที่  5  :  เทคนิคการวิเคราะห์และจัดทำ OJT Matrix ของหน่วยงาน และเชื่อมโยงหัวข้อ KM และ Functional Competency สู่ OJT Matrix

o  6 แหล่งข้อมูลสำคัญของบริษัทฯ ในการกำหนดหัวข้อเรื่องOJT Matrix ของหน่วยงาน

o  แนวทางการกำหนด Level Competency ยุคใหม่ให้สอดคล้องกับ Skill Matrix แบบ 4 ระดับความสามารถ (รู้-ทำได้-เก่ง-เก่งและถ่ายทอดได้)

o  การจัดทำ OJT Matrix ของหน่วยงาน ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติของ ISO

o  ตัวอย่างที่ 3OJT Matrix ของหน่วยงาน

o  Workshop 4 : ฝึกปฏิบัติการวิเคราะห์และกำหนดOJT Matrix ของหน่วยงาน

o  แนวทางการเชื่อมโยง OJT Matrix ไปสู่ KM

ส่วนที่  6  :  เทคนิคการประเมินผลการพัฒนา Functional Competency และ OJT Matrix

o  แนวทางการประเมินผลการพัฒนา Functional Competency และ OJT Matrix แบบ 4 ระดับความสามารถ 

o  ตัวอย่างที่ 4 แบบประเมินผลการพัฒนา Functional Competency แบบ 4 ระดับความสามารถ 

***มอบวุฒิบัตรการฝึกอบรม (Certificate)  

 

คุณสมบัติผู้เข้ารับการอบรมสัมมนา : 

ผู้บริหารระดับสูง ผู้อำนวยการฝ่าย ผู้จัดการฝ่าย ผู้จัดการแผนก และทีมงานฝ่ายทรัพยากรบุคคล

 

รูปแบบ/วิธีการเรียนรู้ :  

o  การบรรยาย (Lectureในรูปแบบการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Adult Learning) ที่ช่วยให้ผู้เรียนรู้นำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานได้ทันที

o  การทำกิจกรรมกลุ่ม (Workshop) เชิงปฏิบัติการ : เพื่อนำไปปรับใช้งานในองค์กร

  1. Workshop 1 : ฝึกปฏิบัติวิเคราะห์และกำหนด Functional Competency จาก Job Description
  2. Workshop 2 : ฝึกปฏิบัติวิเคราะห์และกำหนด Functional Competency จากProcedure และ Work Instruction
  3. Workshop 3 : ฝึกปฏิบัติวิเคราะห์และกำหนด KM จาก Functional Competency ให้สอดคล้องกับ Procedure และ Work Instruction
  4. Workshop 4 : ฝึกปฏิบัติการวิเคราะห์และกำหนดOJT Matrix ของหน่วยงาน

o  การระดมความคิด (Brain Strom) แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน(Discussion) และการนำเสนอความคิดเห็น

o  การตอบข้อซักถาม : เพื่อสร้างความเข้าใจที่ชัดเจน และกระตุ้นผู้เรียนรู้ให้คิดตาม

 

วิธีการชำระเงิน   

โอนเงิน หรือเช็คขีดคร่อมในนาม บริษัท พีเพิล ดีเวลลอป เซ็นเตอร์ จำกัด หรือ People Develop Center Co., Ltd. 
• ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนลาดปลาดุก (หมู่บ้านพฤกษา 3) บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เลขที่ 405-776955-2    

บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากมีค่าธรรมเนียมในการโอนเกิดขึ้น  

ค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน (ถ้ามี) ผู้โอนเงินต้องเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมเอง   

คำแนะนำในการชำระเงิน  

  • โปรดชำระเงินที่เคาน์เตอร์ของธนาคาร 
  • เมื่อชำระเงินแล้ว โปรด Scan สำเนาใบโอนเงิน พร้อมเอกสารหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ระบุชื่อบริษัท ชื่อหลักสูตร ส่งเมล์มาที่ peopledevelop@outlook.com ในวันโอนเงิน
  • เอกสารหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ตัวจริงกรุณานำมาให้ในวันอบรม กรณีเอกสารไม่ครบจะต้องชำระส่วนเพิ่มเป็นเงินสดที่หน้างาน  

 

ข้อมูลเพื่อออกใบหักภาษี ณ ที่จ่าย  

บริษัท พีเพิล ดีเวลลอป เซ็นเตอร์ จำกัด  

เลขที่ 22/20  หมู่ที่ 6  ตำบลบางคูรัด  อำเภอบางบัวทอง  จังหวัดนนทบุรี  11110        

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี  0125558000502 

หมายเหตุ : กรณียกเลิกการเข้าสัมมนา กรุณาแจ้งล่วงหน้า 7 วันก่อนวันอบรม หากยกเลิกหลังจากนั้นโปรดกรุณาชำระเงิน 30% ของค่าสัมมนาเพื่อรับเอกสารการอบรม 

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : คุณฐิตาภา (ไก่) เหมะสิขัณฑกะ
Tel : 091-738-7838, 095-8535513, 02-061-3276 

Fax : 02-061-3276 

E-mail : peopledevelop@outlook.com
www.peopledevelop.net  

Visitors: 118,256