รุ่น 2 กลยุทธ์การบริหาร Knowledge Management ในองค์กร ด้วย Competency Matrix : 9 กรกฎาคม 2563

งค์กรจะบูรณาการ Job Description, Procedure, Work Instruction, Knowledge Management, Competency และการประเมินผลการพัฒนา อย่างไรให้เชื่อมโยงเป็นเรื่องเดียวกันในการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ?  

หลายองค์กรที่ทำระบบบริหารคุณภาพ (ISO) มักจะประสบกับอุปสรรคในการบริหารระบบ อาทิเช่น 

  • ไม่สามารถเชื่อมโยง Job Description, Procedure, Work Instruction, Knowledge Management, Competency และการประเมินผลการพัฒนา ให้เป็นระบบ
  • ไม่รู้วิธีการวิเคราะห์และกำหนด Functional Competency จาก Job Description, Procedure และ Work Instruction
  • ไม่รู้ว่าจะกำหนดหัวข้อเรื่องในการจัดการความรู้ (KM) และ Functional Competency เรื่องใด ควรจะทำ OJT Matrix ดี  
  • ไม่รู้วิธีการและเทคนิคในการประเมินผลการพัฒนา Functional Competency ที่ชัดเจน  

หลักสูตรฝึกอบรมนี้ ได้ออกแบบและพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ที่จะช่วยให้องค์กรของท่านแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้นอย่างเป็นระบบ ในรูปแบบของการเรียนรู้ที่ “กระชับ เข้าใจง่าย และนำมาปรับใช้ปฏิบัติงานได้จริง พร้อมตัวอย่าง และแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง” 

วัตถุประสงค์ของการเรียนรู้  :  เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม 

  1. เพื่อเป็นการเสริมสร้างความรู้ และทักษะในการวิเคราะห์และกำหนด Functional Competency จาก Job Description, Procedure และ Work Instruction
  2. เพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะในการวิเคราะห์และจัดทำOJT Matrix ของหน่วยงาน และเชื่อมโยงหัวข้อ KM และ Functional Competency สู่ OJT Matrix
  3. สามารถกำหนดและประเมินผลการพัฒนา Functional Competency และ OJT Matrix ได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม ลดการใช้ความรู้สึกในการประเมิน
  4. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมนำความรู้และเทคนิคที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ ในการเชื่อมโยง Job Description, Procedure, Work Instruction, Knowledge Management, Competency และการประเมินผลการพัฒนา อย่างเป็นระบบ 

หัวข้อสำคัญการเรียนรู้ :

ส่วนที่  1  :  กลยุทธ์การบริหาร Knowledge Management ในองค์กร ด้วย Competency Matrix

  • แนวปฏิบัติของข้อกำหนด ISO9001/IATF16949 เกี่ยวกับ Competence
  • ความหมายและประเภทของ Competency
  • ประโยชน์ของการนำระบบ Competency ไปใช้ในการบริหารจัดการองค์กร
  • ภาพรวมกลยุทธ์การบริหาร Knowledge Management ในองค์กร ด้วย Competency Matrix 

ส่วนที่  2  :  เทคนิคการวิเคราะห์และกำหนด Functional Competency จาก Job Description

  • ขั้นตอนและวิธีการวิเคราะห์และกำหนดFunctional Competency จาก Job Description ยุคใหม่
  • ตัวอย่างที่ 1 การวิเคราะห์และกำหนด Functional Competency จาก Job Description ยุคใหม่
  • Workshop 1 : ฝึกปฏิบัติวิเคราะห์และกำหนด Functional Competency จาก Job Description  

ส่วนที่  3  :  เทคนิคการวิเคราะห์และกำหนด Functional Competency จาก Procedure และ Work Instruction

  • ขั้นตอนการวิเคราะห์และกำหนด Functional Competency จาก Procedure และ Work Instruction
  • ตัวอย่างที่ 2 การวิเคราะห์และกำหนด Functional Competency จาก Procedure และ Work Instruction
  • Workshop 2 : ฝึกปฏิบัติวิเคราะห์และกำหนด Functional Competency จากProcedure และ Work Instruction  

ส่วนที่  4  :  เทคนิคการเชื่อมโยง Functional Competency จาก Procedure และ Work Instruction ไปสู่ Knowledge Management (KM)

  • การจัดการความรู้ (Knowledge Management) คือ อะไร ?
  • วัตถุประสงค์ของการจัดการความรู้
  • แนวคิดในการจัดการความรู้
  • จัดการความรู้แล้วจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง ?
  • ชนิดของความรู้ (Type of Knowledge)
  • แนวทางการเชื่อมโยง Functional Competency จาก Procedure และ Work Instruction ไปสู่                   KM
  • Workshop 3 : ฝึกปฏิบัติวิเคราะห์และกำหนด KM จาก Functional Competency ให้สอดคล้องกับ Procedure และ Work Instruction 

ส่วนที่  5  :  เทคนิคการวิเคราะห์และจัดทำ OJT Matrix ของหน่วยงาน และเชื่อมโยงหัวข้อ KM และ Functional Competency สู่ OJT Matrix

  • 6 แหล่งข้อมูลสำคัญของบริษัทฯ ในการกำหนดหัวข้อเรื่องOJT Matrix ของหน่วยงาน
  • แนวทางการกำหนด Level Competency ยุคใหม่ให้สอดคล้องกับ Skill Matrix แบบ 4 ระดับความสามารถ (รู้-ทำได้-เก่ง-เก่งและถ่ายทอดได้)
  • การจัดทำ OJT Matrix ของหน่วยงาน ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติของ ISO
  • ตัวอย่างที่ OJT Matrix ของหน่วยงาน
  • Workshop 4 : ฝึกปฏิบัติการวิเคราะห์และกำหนด OJT Matrix ของหน่วยงาน
  • แนวทางการเชื่อมโยง OJT Matrix ไปสู่ KM 

ส่วนที่  6  :  เทคนิคการประเมินผลการพัฒนา Functional Competency และ OJT Matrix

  • แนวทางการประเมินผลการพัฒนา Functional Competency และ OJT Matrix แบบ 4 ระดับความสามารถ 
  • ตัวอย่างที่ 4 แบบประเมินผลการพัฒนา Functional Competency แบบ 4 ระดับความสามารถ  

***มอบวุฒิบัตรการฝึกอบรม (Certificate)   

ผู้ที่ควรเข้ารับการอบรมสัมมนา : 

ผู้บริหารระดับสูง ผู้อำนวยการฝ่าย ผู้จัดการฝ่าย ผู้จัดการแผนก ฝ่ายทรัพยากรบุคคล DCC และผู้สนใจทั่วไป 

รูปแบบ/วิธีการเรียนรู้ :  

o  การบรรยาย (Lectureในรูปแบบการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Adult Learning) ที่ช่วยให้ผู้เรียนรู้นำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานได้ทันที

o  การทำกิจกรรมกลุ่ม (Workshop) เชิงปฏิบัติการ : เพื่อนำไปปรับใช้งานในองค์กร

o  การระดมความคิด (Brain Strom) แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน (Discussion) และการนำเสนอความคิดเห็น

o  การตอบข้อซักถาม : เพื่อสร้างความเข้าใจที่ชัดเจน และกระตุ้นผู้เรียนรู้ให้คิดตาม

วิทยากร :  อาจารย์ ธนุเดช ธานี (อ.ต้น) 

  • กรรมการผู้จัดการสถาบันฝึกอบรม People Develop Center  
  • วิทยากรและที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลองค์กรภาครัฐและเอกชน จากประสบการณ์ 30 ปี
  • วิทยากรพิเศษด้าน HRD ของ SGS (THAILAND) LIMITED
  • วิทยากรพิเศษ HRD คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)
  • อาจารย์พิเศษคณะบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (M.B.A.) มหาวิทยาลัยภาครัฐ
  • อาจารย์พิเศษคณะรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต (M.P.A.) มหาวิทยาลัยเอกชน
  • อดีตกรรมการสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) 2 สมัย 

วันและเวลาอบรม (DATE AND TIME) : 

9 กรกฎาคม 2563  ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น.  

สถานที่อบรม (VENUE) : 
อะไรซ์ โฮเต็ล สุขุมวิท 26 กรุงเทพฯ  ใกล้สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์   

วิธีการชำระเงิน   

โอนเงิน หรือเช็คขีดคร่อมในนาม บริษัท พีเพิล ดีเวลลอป เซ็นเตอร์ จำกัด หรือ People Develop Center Co., Ltd. 
• ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนลาดปลาดุก (หมู่บ้านพฤกษา 3) บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เลขที่ 405-776955-2    

บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากมีค่าธรรมเนียมในการโอนเกิดขึ้น  

ค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน (ถ้ามี) ผู้โอนเงินต้องเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมเอง   

คำแนะนำในการชำระเงิน  

  • โปรดชำระเงินที่เคาน์เตอร์ของธนาคาร 
  • เมื่อชำระเงินแล้ว โปรด Scan สำเนาใบโอนเงิน พร้อมเอกสารหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ระบุชื่อบริษัท ชื่อหลักสูตร ส่งเมล์มาที่ peopledevelop@outlook.com ในวันโอนเงิน
  • เอกสารหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ตัวจริงกรุณานำมาให้ในวันอบรม กรณีเอกสารไม่ครบจะต้องชำระส่วนเพิ่มเป็นเงินสดที่หน้างาน   

ข้อมูลเพื่อออกใบหักภาษี ณ ที่จ่าย  

บริษัท พีเพิล ดีเวลลอป เซ็นเตอร์ จำกัด  

เลขที่ 22/20  หมู่ที่ 6  ตำบลบางคูรัด  อำเภอบางบัวทอง  จังหวัดนนทบุรี  11110        

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี  0125558000502 

หมายเหตุ : กรณียกเลิกการเข้าสัมมนา กรุณาแจ้งล่วงหน้า 7 วันก่อนวันอบรม หากยกเลิกหลังจากนั้นโปรดกรุณาชำระเงิน 30% ของค่าสัมมนาเพื่อรับเอกสารการอบรม  

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : คุณฐิตาภา (ไก่) เหมะสิขัณฑกะ
Tel : 091-738-7838, 095-8535513, 02-061-3276 

E-mail : peopledevelop@outlook.com

Visitors: 138,090